วิธีการไปทํางานต่างประเทศ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย

0
1014

ปัจจุบันการเดินทางไปทํางานต่างประเทศยังเป็นที่นิยมของแรงงานไทยเป็นจํานวนมาก และสามารถนํารายได้เข้าสู่ประเทศเป็นจํานวนมหาศาล ในขณะที่ค่าจ้างภายในประเทศปรับสูงขึ้นมาก จนอาจทําให้การไปทํางานในต่างประเทศบางประเทศหรือบางตําแหน่งไม่คุ้มค่า ประกอบกับปัญหาการหลอกลวงคนหางานที่ยังคงมีอยู่ถึงแม้จะลดระดับความรุนแรงลง รวมทั้งปัญหาการจ่ายค่าบริการและค่าใช้จ่ายในอัตราสูง

จนอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ด้านแรงงานล้วนเป็นปัจจัยที่ผู้ที่จะเดินทางไปทํางานต่างประเทศต้องตัดสินใจให้ดีถึงความคุ้มค่า ซึ่งการจะตัดสินใจได้จําเป็นที่คนหางานจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเดินทางไปทํางานต่างประเทศอย่างถูกต้อง ต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับประเทศที่ต้องการไปทํางาน และการเตรียมความพร้อมก่อนตัดสินใจไปทํางาน วันนี้เรามีความรู้เกี่ยวกับวิธีการไปทํางานต่างประเทศ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ว่าต้องทำอย่างไร

วิธีการวิธีการไปทํางานต่างประเทศ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีดังนี้

baggage-hall-775540_960_720

วิธีที่ 1 บริษัทจัดหางานเอกชนจัดส่ง

หมายถึง การไปทํางานต่างประเทศโดยใช้บริการของบริษัทจัดหางานโดยบริษัทจัดหางานที่จะส่งคนงานไปทํางานต่างประเทศได้นั้นต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนและได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้จัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทํางานต่างประเทศ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. ต้องเป็นบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนกับกรมการจัดหางานวิธีการตรวจสอบ สอบถามรายชื่อบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องได้จากสํานักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0-2245-6496 หรือเว็บไซต์สํานักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ www.overseas.doe.go.th

2. ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางาน จะต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย เนื่องจากผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนมักจะเป็นสาย หรือนายหน้าจัดหางานเถื่อนซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย วิธีตรวจสอบคือ การขอดูบัตรประจําตัวลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางานจากผู้ที่มาชักชวนไปทํางาน และสอบถามเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ อย่าจ่ายเงินให้กับสายหรือนายหน้าจัดหางานเถื่อน

3. บริษัทจัดหางานจะรับสมัครคนหางานได้ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานก่อน และจะต้องคัดเลือกคนหางานจากศูนย์ทะเบียนคนหางานก่อนเป็นลําดับแรก หากผู้ลงทะเบียนไว้ในศูนย์ทะเบียนฯ ไม่มีคุณสมบัติตามต้องการหรือมีจํานวนไม่ครบตามที่ต้องการ จึงจะสามารถประกาศรับสมัครคนหางานเป็นการทั่วไปได้ วิธีตรวจสอบ ขอดูหนังสืออนุญาตให้รับสมัครคนหางานเป็นการล่วงหน้า (จต.2 ตัวอย่างหน้า 38)

4. เมื่อบริษัทจัดหางานคัดเลือกคนหางานตามคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการได้แล้วจะต้องส่งคนหางานนั้นไปตรวจสุขภาพ และทดสอบฝีมือ ตามรายละเอียดได้ที่ : ขั้นตอนการไปทํางานต่างประเทศ

หมายเหตุ : ในหนังสืออนุญาตให้รับสมัครคนหางานไปทํางานต่างประเทศ ท่านควรตรวจสอบว่าบริษัทจัดหางานมารับสมัครในช่วงเวลาที่รับอนุญาตหรือไม่ โดยดูจากวันที่ที่ได้รับอนุญาต และระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต และตรวจสอบตําแหน่งงานที่ได้รับเสมอว่าตรงกับที่ได้รับอนุญาตหรือไม่ หากมีข้อสงสัยให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าบริษัทจัดหางานนั้นได้รับอนุญาตให้รับสมัครคนงานเพื่อไปทํางานต่างประเทศจริงหรือไม่ และรับสมัครในตําแหน่งอะไร จํานวนเท่าไร

port-670097_960_720

5. สัญญาที่คนหางานต้องทํา กับบริษัทจัดหางานมี 2 อย่างคือ

  1. สัญญาจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทํางานต่างประเทศ(แบบ จง.33) กับคนหางาน สัญญาดังกล่าวจะระบุว่าบริษัทจัดหางานจัดส่งคนหางานไปทํางานให้กับบริษัทจัดหางานเป็นจํานวนเท่าใด
  2. สัญญาจ้างงาน ซึ่งระบุว่านายจ้างคือใคร และตกลงว่าจ้างคนหางานไปทํา งานในตําแหน่งใด อัตราค่าจ้างเท่าใด และรายละเอียดอื่นๆ เช่น อายุการจ้างงาน ชั่วโมงการทํางาน วันหยุดต่างๆ สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่างๆ ที่คนงานจะได้รับ สัญญาจ้างงาน เป็นหนังสือสําคัญที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี และควรถ่ายสําเนาให้ครอบครัวเก็บไว้เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอความช่วยเหลือจากสํานักงานแรงงานไทยในต่างประเทศหรือสถานทูตไทย สถานกงสุลไทยที่ประจําอยู่ในประเทศนั้น

6. ใบรับเงินค่าบริการและค่าใช้จ่าย (แบบ จง.37) เมื่อคนหางานได้จ่ายเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายแก่บริษัทจัดหางานในการไปทํางานต่างประเทศ บริษัทจัดหางานต้องออกใบเสร็จรับเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายตามแบบที่กำหนด (จง.37) ซึ่งท่านต้องตรวจสอบว่า วัน เดือน ปี ที่บริษัทจัดหางานออกใบรับเงินให้ และจํานวนเงินในใบรับเงินถูกต้องตรงกับความเป็นจริง สัญญาจัดหางานเป็นสัญญาที่ทําขึ้นระหว่างบริษัทจัดหางาน เป็นสัญญาที่ทําขึ้นระหว่างนายจ้างในต่างประเทศกับคนงานเมื่อจ่ายค่าบริการและค่าใช้จ่ายแก่บริษัทจัดหางานแล้ว

บริษัทจัดหางานต้องจัดการให้คนหางานได้เดินทางไปทํางานต่างประเทศภายใน 30 วัน หากเกินกําหนดเวลาให้แจ้งต่อสํานักงานจัดหางานจังหวัดของท่าน หรือที่กองตรวจและคุ้มครองคนหางานกรมการจัดหางาน สัญญาจ้างงาน สัญญาจัดหางาน และใบรับเงิน ค่าบริการและค่าใช้จ่าย เป็นเอกสารสําคัญที่ใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนขอค่าบริการและค่าใช้จ่ายคืนจากบริษัทจัดหางาน ในกรณีที่คนหางานไม่ได้ไปทํางานต่างประเทศตามสัญญาจัดหางานหรือเดินทางไปแล้วแต่ไม่มีงานทํา หรือมีงานทํา แต่ไม่ตรงตามที่ระบุในสัญญา หรือได้เงินค่าจ้างต่ำกว่าที่ระบุในสัญญา คนหางานจึงควรถ่ายสําเนาเอกสารสําคัญทั้ง 3 อย่างดังกล่าวเก็บไว้ 1 ชุด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการร้องเรียนกรณีเกิดปัญหา

7. บริษัทจัดหางานจะต้องขออนุญาตจัดส่งคนหางานที่ผ่านการตรวจสุขภาพ และทดสอบฝีมือแล้วไปทํางานกับนายจ้างต่อกรมการจัดหางาน โดยบริษัทจัดหางานจะต้องแจ้งรายละเอียดของคนหางานที่ขออนุญาตจัดส่ง โดยระบุชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจําตัวประชาชน ที่อยู่ของคนหางาน อาชีพก่อนการเดินทาง ระดับการศึกษา ระยะเวลาการทํางาน ชื่อนายจ้าง และสถานที่ทํางานในต่างประเทศ กรมการจัดหางานจะอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทํางานต่างประเทศภายในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต หากมีเหตุจําเป็นอาจขยายเวลาในการจัดส่งออกไปได้ไม่เกิน 30 วัน ดังนั้นภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตแล้วบริษัทจัดหางานจะต้องจัดส่งคนหางานไปทํางานภายในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับจากวันที่กรมการจัดหางานอนุญาต ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปทํา งานได้ที่ ฝ่ายทะเบียนคนหางานและสารสนเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2245-9435-6

aircraft-994948_1280

8. ก่อนเดินทางไปทํางานบริษัทจัดหางานจะต้องส่งคนหางานที่ได้รับอนุญาตให้ไปทํางานต่างประเทศเข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง โดยเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานจะเป็นผู้อบรมให้ฟรี คนหางานไม่ต้องเสียค่าอบรม เพราะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายที่บังคับไว้เพื่อให้คนงานมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน ข้อห้าม กฎหมาย และขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่ตนไปทำงาน

สถานที่อบรมคนหางานก่อนเดินทาง ได้แก่ สํานักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือสํานักงานจัดหางานจังหวัด จํานวน 11 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดเชียงราย ลํา ปาง นครสวรรค์ สุโขทัย อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี และสงขลา กรณีบริษัทจัดหางานอ้างว่า ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้จัดส่งคนหางานไปทํางานแล้ว แต่ยังไม่ได้เดินทางเป็นระยะเวลาเกินกว่า 90 วัน พึงระวังว่าท่านอาจถูกหลอก หากบริษัทจัดหางานหรือผู้ที่เกี่ยวข้องจัดการให้ท่านเดินทางไปทํางานโดยไม่ได้ส่งท่านเข้าอบรมที่ กรมการจัดหางานหรือสํานักงานจัดหางานจังหวัดที่กําหนด พึงระวังว่าท่านอาจถูกหลอก

9. บริษัทจัดหางานต้องจัดการให้นายจ้างในต่างประเทศส่งเงินเข้ากองทุน เพื่อช่วยเหลือคนหางานที่ไปทํางานในต่างประเทศ ถ้าไม่อาจจัดการได้ บริษัทจัดหางานต้องเป็นผู้ส่งเงินเข้ากองทุนแทนกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทํางานในต่างประเทศ เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือ และสงเคราะห์คนหางานที่ถูกทอดทิ้งอยู่ในต่างประเทศ

10. บริษัทจัดหางานต้องพาคนงานเดินทางผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางานจะตรวจสอบว่าคนหางานที่จะเดินทางไปทํา งานเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานแล้วและถือเอกสารสําคัญไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือสัญญาจ้างงาน อย่าคืนให้บริษัทจัดหางานเป็นอันขาด บริษัทจัดหางานไม่สามารถเรียกรับค่าบริการและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทํางานจากท่าน ค่าบริการและค่าใช้จ่ายต้องไม่เกินกว่าที่กฎหมายกําหนด ก่อนวันเดินทางเกินกว่า 90 วัน หากพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องนําท่านเดินทางไปทํางานโดยไม่ผ่านการแจ้งและตรวจสอบจากด่านตรวจคนหางาน พึงระวังว่า ท่านอาจโดนหลอกไปทํางาน และอาจถูกลอยแพเมื่อเดินทางถึงต่างประเทศ

11. บริษัทจัดหางานต้องแจ้งรายชื่อคนหางานและสถานที่ทํางานในต่างประเทศให้สํานักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ หรือสถานทูตไทย สถานกงสุลไทยที่ดูแลคนไทยในประเทศนั้นทราบภายใน 15 วัน

12. บริษัทจัดหางานต้องดูแลให้คนงานได้รับค่าจ้าง และตํา แหน่งงานตรงตามสัญญาจ้างงาน หากคนหางานไม่ได้รับค่าจ้างตามสัญญาจ้างงานหรือได้ทํางานไม่ตรงกับตําแหน่งงาน ให้ร้องทุกข์ต่อสํานักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ หรือสถานทูต สถานกงสุลไทยที่ดูแลคนไทยในประเทศนั้น หรือร้องต่อกรมการจัดหางาน ภายใน 90 วันเพื่อที่จะได้ให้ความช่วยเหลือ

ความรับผิดชอบของบริษัทจัดหางานมีอย่างไร?

บริษัทจัดหางานที่จัดส่งท่านไปทํางาน จะต้องรับผิดชอบท่านตามสัญญาจัดหางาน (จง.33) ซึ่งกฎหมายกําหนดไว้ดังนี้

  • หากไม่สามารถจัดส่งท่านไปทํา งานได้ให้คืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายใน 30 วัน
  • หากท่านไม่ได้งานตามสัญญา บริษัทจัดหางานต้องจัดการให้ท่านเดินทางกลับประเทศไทย โดยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จําเป็น และต้องคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เรียกไว้
  • หากท่านได้ค่าจ้างต่ำ กว่าหรือได้ตําแหน่งงานไม่ตรงตามสัญญาจัดหางาน และท่านต้องการเดินทางกลับ ต้องจัดการให้ท่านเดินทางกลับ แต่หากท่านต้องการทํา งานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าต่อไป ให้คืนค่าบริการตามส่วนกับค่าจ้างที่ได้รับจริงภายใน 30 วัน นับจากวันที่ขอรับเงิน
  • หากท่านไม่สามารถทํา งานได้จนสิ้นสุดระยะเวลาตามที่กํา หนดไว้ในสัญญาจัดหางาน เพราะถูกเลิกจ้างโดยมิใช่สาเหตุจากตัวท่านเอง บริษัทจัดหางานต้องคืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไปแล้ว ตามส่วนกับระยะเวลาที่ท่านได้ทํางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ท่านขอรับเงิน

วิธีที่ 2 กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง

กรมการจัดหางานจัดส่งคนหางานไปทํางานต่างประเทศตามความต้องการของนายจ้างและรัฐบาลของประเทศที่มีความตกลงร่วมกัน คนงานที่เดินทางไปทํางานโดยกรมการจัดหางานจัดส่งไม่ต้องจ่ายค่าบริการ จ่ายเพียงค่าใช้จ่ายส่วนตัวเท่าที่จําเป็น การจัดส่งคนหางานไปทํางานโดยกรมการจัดหางานมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการหลอกลวง และปัญหาคนหางานต้องจ่ายค่าบริการและค่าใช้จ่ายในจํานวนที่สูงซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการค้ามนุษย์ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทํางานประเทศต่างๆ ที่กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งคนหางานที่ต้องการเดินทางไปทํางานโดยกรมการจัดหางานจัดส่ง จะต้องดําเนินการดังนี้

  1. ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไปทํางานต่างประเทศที่ศูนย์ทะเบียนคนหางานไปทํางานต่างประเทศ
  2. ตรวจดูคุณสมบัติของตนเอง ว่าตรงตามความต้องการของนายจ้างหรือไม่
  3. เตรียมความพร้อมตนเองให้มีคุณสมบัติตามที่นายจ้างต้องการ เช่น เรียนภาษาเกาหลี กรณีต้องการไปทํางานเกาหลีใต้ เป็นต้น
  4. ติดตามรับฟังข่าวสารการรับสมัคร
  5. จัดเตรียมเอกสารและหลักฐานการสมัครงาน
  6. เข้ารับการคัดเลือกตามที่กําหนด
  7. เมื่อได้รับการคัดเลือกแล้ว ต้องหมั่นติดตามข่าวสาร ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เพื่อจะได้รับทราบความคืบหน้าในการดําเนินการจัดส่งท่านไปทํางาน

อ่านต่อ : ขั้นตอนการไปทำงานต่างประเทศ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : กระทรวงแรงงาน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here